หลายคนคงมีความเชื่อที่ว่า การติดเชื้อ HIV คือการติดโรคเอดส์ จริงหรือไม่?

ในความจริงแล้วความเชื่อนี้อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นทั้งหมด เนื่องจาก HIV คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่โจมตีเซลล์ในร่างกาย ไวรัสชนิดนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปยึดจับและทำลายเม็ดเลือดขาวที่คอยทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ในร่างกาย ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ซึ่งหากปล่อยไว้ไวรัสตัวนี้จะทำให้ป่วยเป็นโรคเอดส์ (AIDS) ได้ในอนาคต

ในปี 2565 มีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ 9,230 คน โดยเป็นกลุ่มอายุ 15 – 24 ปี จำนวน 4,379 คน คิดเป็นครึ่งหนึ่งหรือประมาณร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และล่าสุดในปี 2566 มีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ 9,100 คน

(ขอบคุณข้อมูล กรมควบคุมโรค 2566)

ไขข้อสงสัย แก้ไขความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ HIV และโรคเอดส์

– ความเชื่อ HIV และโรคเอดส์ สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสทั่วไป

เช่น การหายใจ จาม กอด ดื่มน้ำจากหลอดเดียวกัน ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน หรือแม้แต่การสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ไม่ได้ทำให้ติดเชื้อ HIV เนื่องจาก  HIV เป็นไวรัสที่อยู่ในเลือดและสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำอสุจิ  น้ำนม ดังนั้น โรคนี้จะแพร่กระจายผ่านกิจกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนสารคัดหลั่งเหล่านี้เท่านั้น

– ความเชื่อ การมีเชื้อ HIV และโรคเอดส์ ไม่สามารถมีชีวิตยืนยาว

แม้ว่า HIV และโรคเอดส์  เคยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้และมักนำไปสู่การเสียชีวิต แต่ปัจจุบันการรักษามีความก้าวหน้า ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดีได้ ด้วยยาต้านไวรัส (ART) ที่สามารถกดไวรัสให้อยู่ในระดับต่ำมากจนแทบตรวจไม่พบ และช่วยป้องกันไม่ให้โรคพัฒนาไปเป็นโรคเอดส์

– ความเชื่อ ตรวจไม่เจอ = ไม่แพร่เชื้อ

ปัจจุบันมีคอนเซ็ปต์ U = U (Undetectable = Untransmissible) หมายความว่า ไม่เจอเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ หากผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสและกินยาอย่างสม่ำเสมอ จนเชื้อไวรัส HIV ในเลือดที่ต่ำมาก ก็จะไม่สามารถแพร่เชื้อได้ ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยกับผู้ติดเชื้อ HIV ที่กินยาต้านไวรัสจนตรวจไม่พบเชื้อแล้ว จึงมีความปลอดภัยจากการติดเชื้อ HIV แต่อย่างไรก็ตามยังควรสวมใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย

ดังนั้น การติดเชื้อ HIV ไม่ได้หมายถึงการเป็นโรคเอดส์เสมอไป เพียงแต่หากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดโรคเอดส์ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ อีกทั้ง เราทุกคนสามารถอยู่ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือเป็นโรคเอดส์ได้ และเอไอเอ ขอเป็นกระบอกเสียงในการรณรงค์ให้ไม่เกิดการเลือกปฏิบัติ ไม่ตีตรา และไม่รังเกียจผู้ที่ติดเชื้อ HIV 

สำหรับใครที่สงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อ แนะนำให้รีบตรวจเลือด และเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมถึง สมาชิกเอไอเอ ไวทัลลิตี้ สามารถตรวจหาเชื้อ HIV รับคะแนนไวทัลลิตี้ 1,000 คะแนนต่อปีสมาชิก จากรายการตรวจสุขภาพขั้นสูง

พิเศษ! กับแคมเปญ Love Your Health 3,000 เพียงสะสม 3,000 คะแนนในสไตล์คุณ ภายใน 30 วันแรกหลังเริ่มเป็นสมาชิกใหม่เอไอเอ ไวทัลลิตี้ ก็เลือกรับของรางวัลใดก็ได้ 1 รางวัล จาก 3 ตัวเลือก ได้แก่

1. สิทธิเข้าใช้บริการ Fitness First ฟรี 7 วัน พร้อมบริการเทรนเนอร์ 1 ครั้ง

2. เลือก รับ E-coupon จาก Let’s Relax มูลค่า 100 บาท จำนวน 2 ใบ

3. เลือก รับ E-Voucher จาก MK มูลค่า 200 บาท

ระยะเวลาร่วมแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2567

สนใจทำประกัน เอไอเอ กดติดต่อกลับเพื่อกรอกแบบฟอร์ม ให้ตัวแทนแนะนำแบบประกันที่เหมาะกับคุณ

หมายเหตุ

– สิทธิประโยชน์ของสมาชิกเอไอเอ ไวทัลลิตี้เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของเอไอเอ ซึ่งเอไอเอขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ โดยท่านสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน AIA+ หรือเว็บไซต์ https://www.aia.co.th/th/health-wellness/vitality/rewards  

– ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์

– ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครอง ของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ขอบคุณข้อมูล กรมควบคุมโรค

สินค้าที่เกี่ยวข้อง